เจ้าด่าง: โห...หนังสือใครน่ะ หน้าขาว กองเบ้อเริ่มเลย
หน้าขาว: ของเจ้านายน่ะ เค้าจะเอาหนังสือไปบริจาค
ให้ห้องสมุดประชาชน
ลิ้นยาว: ดีจัง เจ้านายของหน้าขาวบริจาคหนังสือบ่อยมั้ย
ชั้นได้ข่าวมาว่าคณะกรรมการส่งเสริมการอ่าน
เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เค้าเสนอให้มี
การลดหย่อนภาษี 100% ให้แก่คนที่บริจาคหรือซื้อ
หนังสือให้ห้องสมุดหรือโรงเรียนน่ะ แต่ไม่แน่ใจ
เหมือนกันนะว่าเค้าเริ่มลดหย่อนภาษีให้เมื่อไหร่
หน้าขาว: คณะกรรมการอะไรน่ะ ชื่อยาวมาก
ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
ลิ้นยาว: เอ่อ...พูดอีกทีคงจะพูดได้ไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะนะ
รู้แต่ว่ากระทรวงศึกษาธิการเค้าตั้งคณะกรรมการชุดนี้
ขึ้นมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว
หน้าขาว: เหรอ แล้วทำไมเค้าถึงตั้งคณะกรรมการ
ชุดนี้ขึ้นมาล่ะ
ลิ้นยาว: คือว่า กระทรวงศึกษาฯ เค้าเห็นชอบให้
การส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติน่ะ ก็เลยมีการตั้ง
กรรมการชุดนี้เพื่อให้เป็นกลไกช่วยส่งเสริมการอ่านให้
เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นนะ รัฐก็ยังกำหนด
ให้ปี 2552 - 2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านของประเทศ
และกำหนดให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็น
วันรักการอ่านด้วย
หน้าขาว+เจ้าด่าง: อ้อ...
หน้าขาว: เอ...แต่ชั้นก็เห็นคนไทยอ่านหนังสือกันเยอะนะ
รัฐยังต้องมาส่งเสริมรณรงค์กันอีกเหรอ
ลิ้นยาว: ไม่เยอะหรอก โดยเฉลี่ยแล้ว คนไทยคนนึง
อ่านหนังสือแค่ปีละ 5 เล่มเท่านั้นเอง กรรมการชุดนี้
เค้าก็เลยกำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการอ่าน แล้วก็
วางแผนงานส่งเสริมการอ่าน โดยเริ่มตั้งแต่ปีนี้จน
ถึงปีหน้าเลยนะ มี 3 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์
การพัฒนาคนไทยให้มีความสามารถในการอ่าน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน
และยุทธศาสตร์การสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม
ในการอ่านให้ยั่งยืน
หน้าขาว: เออ ฟังแล้วก็ยังไม่เห็นภาพเลยเนอะว่า
รัฐจะทำอะไรบ้าง แล้วแผนงานส่งเสริมการอ่านล่ะ
รัฐวางแผนอะไรไว้
ลิ้นยาว: รัฐวางแผนงานไว้ 5 แผนงาน ก็มี
แผนรณรงค์สร้างนิสัยรักการอ่าน แผนเพิ่ม
สมรรถภาพการอ่าน แผนสร้างบรรยากาศและ
สิ่งแวดล้อมในการอ่าน แผนสร้างเครือข่าย
ความร่วมมือการอ่าน และสุดท้าย แผนวิจัยและ
พัฒนาเพื่อการอ่าน พวกนายลองเดาซิว่า
แผนงานไหนที่รัฐต้องใช้งบประมาณมากที่สุด
หน้าขาว: ชั้นว่า ต้องเป็นแผนเพิ่มสมรรถนะ
ในการอ่านแน่ๆ เลย เพราะคงต้องเริ่มกัน
ตั้งแต่แรกเข้าโรงเรียนกันเลย
ลิ้นยาว: ถูกต้องแล้วคร๊าบ
เจ้าด่าง: ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า แผนการรบครั้งนี้
จะประสบผลสำเร็จรึเปล่า
ลิ้นยาว+หน้าขาว: อะไรของนาย ???
เจ้าด่าง: เอ๊า! ก็แผนการรบเพื่อการอ่านของคนไทยไงเล่า
ทั้งวางแผน ทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ ยิ่งถ้ากระทรวงศึกษาฯ
ชำนาญภูมิศาสตร์สถานที่ในการรบด้วยล่ะก็ ถึงจะมีกำลัง
พลน้อยกว่าก็คงทำให้คนไทยทั่วประเทศอ่านหนังสือได้เกิน
10 เล่มต่อคนต่อปีแน่ๆ
ลิ้นยาว: โอ้โห เจ้าด่าง แค่นอนหนุนหนังสือสามก๊กที่เก็บ
ได้เมื่อวันก่อน กับเรื่องแค่นี้ถึงกับจะให้กระทรวงศึกษาฯ
รบเลยเหรอ 555
เจ้าด่าง: ชั้นว่านี่มันเป็นเรื่องใหญ่นะ คนที่ไม่ชอบ
อ่านหนังสือน่ะ ไม่ว่าเราจะชักจูงหรือบังคับยังไง
เค้าก็คงไม่อ่านอยู่ดีน่ะแหละ ส่วนคนที่ชอบอ่าน
บางคนก็อาจไม่มีเงินซื้อหนังสือเพราะหนังสือแพงก็ได้
ลิ้นยาว: อืม...ก็ถูกของนายนะ แต่เรื่องหนังสือแพงเนี่ย
รู้สึกว่ารัฐจะให้กระทรวงการคลังกำหนดมาตรการ
ลดหย่อนภาษีด้านกระดาษและก็ปรับเปลี่ยน
ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคิดเป็นร้อยละ 0 ให้ผู้ผลิตหนังสือ
และโรงพิมพ์ด้วย หนังสือจะได้มีราคาถูกลงไง
หน้าขาว: ดีจริงๆ เลย แบบนี้ก็น่าจะทำให้คนไทย
อ่านหนังสือกันมากขึ้นนะ
เจ้าด่าง: แต่จะดีที่สุดเลย ถ้ารัฐจะดูแลเรื่องการศึกษา
ขั้นพื้นฐานให้ดีและทั่วถึง
ลิ้นยาว: โอโห! นายกินไรแปลกๆ เข้าไปรึเปล่าเนี่ย
พูดจามีหลักการมากมาก
เจ้าด่าง: แฮ่ แฮ่ เหรอ พูดแบบนี้ ดูดีใช่มะ
ชั้นจำมาจากคนน่ะ 555
Last
update : 6 ธันวาคม 2553
<up>