หน้าขาว:
วิ่งเร็วๆ เข้า อีกนิดเดียวก็ถึงบ้านฉันแล้ว
เจ้าด่าง:
ฉันบอกพวกนายแล้วว่าวันนี้ไม่อยากออกไปไหน
เพราะฝนจะตก เห็นมั้ย จมูกฉันไม่เคยพลาด
ลิ้นยาว: เออน่า เปียกแค่นี้ อย่าบ่นหน่อยเลย
อย่างน้อยวันนี้ เราก็ได้ที่ฝังกระดูกใหม่ตั้งหลายหลุม
หน้าขาว: จริงด้วย
แต่ว่าวันนี้นักเรียนมาทำไรกัน เยอะแยะเลย
ลิ้นยาว:
ได้ยินมาว่า เด็กๆ มาเข้าค่ายวิทยาศาสตร์กันนะ
เค้าว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพ
ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน
หรือโครงการ JSTP ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่เรียกสั้นๆ ว่า สวทช. น่ะ
เจ้าด่าง: มันเป็นยังไงเหรอ โครงการที่ว่าเนี่ย
ลิ้นยาว:
สวทช. เค้าจัดทำโครงการค่ายวิทยาศาสตร์
ถาวรขึ้น ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ จะได้ส่งเสริมและพัฒนา
เด็กที่มีศักยภาพสูงทางวิทยาศาสตร์ 3 กลุ่ม ก็คือ
เด็กที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์
เด็กที่มีความสามารถพิเศษ
และเด็กที่มีแววอัจฉริยภาพ ทำให้เด็กเกิดแรงบันดาลใจ
และมีเป้าหมายในชีวิตในการเป็นนักวิทยาศาสตร์
หน้าขาว: ใช่
กิจกรรมแบบค่ายวิทยาศาสตร์หรือการอบรมต่างๆ น่ะ
เค้าว่าเป็นการเสริมอาวุธให้เด็กเป็นนักวิทยาศาสตร์
ที่ประสบความสำเร็จได้ เจ้านายของฉันน่ะยังเคยไป
เข้าค่ายวิทยาศาสตร์เลย
เจ้าด่าง:
แล้วนอกจากส่งเสริมด้านเนื้อหาแล้ว ยังต้อง
สร้างวินัย คุณธรรม จริยธรรม ให้เด็กด้วยใช่ป่าว
ลิ้นยาว: ถูกต้อง
เพราะการจะเป็นอัจฉริยะทาง
วิทยาศาสตร์ได้ จะต้องอาศัยความเป็นอัจฉริยะ
ซึ่งเป็นต้นทุน 40% บวกกับความรู้ ทักษะซึ่ง
ฝึกหัดได้ 30% และก็บวกทัศนคติซึ่งฝึกได้อีก 30%
เจ่าด่าง: โห นายนี่รู้มากจริงๆ เลยนะ
ลิ้นยาว: นี่นายกำลังชมฉันว่าฉลาดใช่ป่าว
ขอบใจ
อ้อ แล้วโครงการนี้น่ะ ไม่มีการบังคับให้นักเรียนใน
โครงการที่เรียนจบแล้วต้องกลับมาใช้ทุนคืนด้วย
หน้าขาว:
ดีจังเลยเนอะ นี่ถ้าเด็กไทยได้รับการ
ส่งเสริมอย่างจริงจังแบบนี้ทุกคน ทุกๆ สาขาวิชา
คงจะโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีความสามารถมากๆ เลยนะ
เจ้าด่าง:
เอ...แล้วถ้าฉันอยากจะพัฒนาความสามารถ
ของฉันบ้าง พวกนายว่าจะพัฒนาด้านไหนก่อนดีล่ะ
หน้าขาว: ด้านโน้นเลย เพราะนายกำลังทำที่นอน
ฉันเปียกหมดแล้ว
เจ้าด่าง: แหะ แหะ
Last
update :
27 กรกฎาคม 2551
<up>