ข่าวคราว ความรู้ที่น่าสนใจ

 


 

Home page

แผนกิจกรรมในห้องเรียน

Webboard

ห้องสนทนา

บทความ

Website ที่น่าสนใจ

About us

 

 

 


นันทนา  ทองอินคำ

ในประเทศเราทุกวันนี้เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าภาษาอังกฤษมีความจำเป็นในการศึกษาและการทำงาน ความก้าวหน้าในวิทยาการของต่างประเทศที่มีมากกว่าทำให้เราต้องอ่านตำราภาษาอังกฤษ ติดต่อศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ความก้าวหน้า ความจำเป็นอันเดียวกันนี้เองทำให้คนทำงานต้องรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อโอกาสในการได้รับเลือกเข้าทำงานและความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

ผู้เขียนเองชอบเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนและเป็นคนตั้งใจเรียนอยู่เป็นทุนเดิม นอกจากนี้ ยังโชคดีได้พบอาจารย์ซึ่งมีความรู้ภาษาอังกฤษและเทคนิคการถ่ายทอดดีเยี่ยม ความเก่งและทุ่มเทของอาจารย์ทำให้ลูกศิษย์มีแรงจูงใจที่จะเรียนและรักภาษาอังกฤษไปโดยปริยาย ความรู้ที่อาจารย์ให้เป็นพื้นฐานมาจนถึงทุกวันนี้ที่กลายมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ก็ยังมีอาจารย์เป็นต้นแบบ

วันนี้ผู้เขียนจึงขอนำเสนอบทสัมภาษณ์ อาจารย์สาริน  งามจิตร์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเป็นนักเรียนและครูสอนภาษาอังกฤษซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนและเพื่อนครูด้วยกัน

 

) ขอทราบประวัติและคุณวุฒิของอาจารย์ค่ะ

เกิดที่ อ.เมือง จังหวัด พะเยา เรียนชั้นประถมปีที่ 1-3 ที่พะเยา แล้วย้ายมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – ม.ศ. 3 ที่โรงเรียนผดุงดรณี-โปร่งใจ  หลังจากนั้นไปเรียนต่อชั้น ม.ศ. 4 – 5 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในปี 2516 ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเอกวิชาภาษาอังกฤษ วิชาโท  คือ ประวัติศาสตร์ และภาษาไทย เริ่มรับราชการครูที่โรงเรียน ราชวินิตบางแก้ว เมื่อปี พ.ศ. 2520 แล้วย้ายมาสอนที่โรงเรียนเตรียมอุดมฯ ปี พ.ศ. 2524  เดินทางไปเรียนปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา ปี พ.ศ. 2527  ได้รับปริญญา M.A. จาก Central Missouri State University แล้วก็กลับมาสอนที่โรงเรียน เตรียมอุดม ค่ะ

) อาจารย์มีความรู้ภาษาอังกฤษดีเยี่ยม ช่วยบอกหน่อยค่ะว่าจะเรียนภาษาอังกฤษให้ประสบความสำเร็จอย่างนี้ได้อย่างไร

                ก่อนอื่นครูคงต้องขอออกตัวก่อนว่า ภาษาอังกฤษของครูคงไม่ถึงขั้นดีเยี่ยมหรอกค่ะ เพียงแต่สามารถใช้สื่อสารได้ดีพอสมควร สำหรับใครก็ตามที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้อง มีความรักในภาษาอังกฤษเสียก่อน เมื่อเราชอบอะไรแล้ว เราก็จะมีความพากเพียรที่จะทำสิ่งนั้นให้ออกมาดีที่สุด นอกจากความชอบแล้ว ปัจจัยต่อมาก็คือ เราได้รับการสอนจากใคร สำหรับตัวครูต้องเรียกว่า ครูโชคดีมากๆ ที่ได้ครูภาษาอังกฤษคนแรกในชีวิตที่น่ารักและให้กำลังใจในการเรียนเป็นที่สุด เพราะครูเป็นเด็กบ้านนอกมาเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ ตอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  ซึ่งคนอื่นๆ เขาเรียนมาก่อนเราถึง 4-5 ปี แต่คุณครูวีณา  ซึ่งเป็นครูภาษาอังกฤษคนแรกของครูในโรงเรียนผดุงดรุณีได้มีส่วนช่วยอย่างมากๆ โดยเฉพาะ เรื่องคำศัพท์ คุณครูเรียกมาอ่านก่อนเข้าชั้นเรียนทุกเช้า ทำให้คำศัพท์ของครูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายในเวลาเพียง 1 ปี  ครูก็สามารถเรียนตามเพื่อนๆ ได้และก็สามารถแซงหน้าเพื่อนๆ อีกหลายคนได้ในเวลาต่อมา   นอกจากนี้ครูก็ชอบฟังเพลงภาษาอังกฤษ ชอบดูภาพยนตร์ต่างประเทศ ชอบดู UBC ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มทักษะด้านต่างๆ ได้ดี

 ) นอกจากจะมีความรู้ในวิชาที่สอนดีเยี่ยมแล้ว อาจารย์ยังสามารถถ่ายทอดความรู้นี้ให้กับนักเรียนได้เต็มที่ อาจารย์คิดว่าปัจจัยอะไรทำให้ครูคนหนึ่งสามารถสอนภาษาอังกฤษได้ดี

สำหรับเรื่องการสอนภาษาอังกฤษให้ได้ดีนั้น ครูคิดว่า ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมากเลยค่ะ เหมือนกับการปลูกพืช ก่อนอื่นเราต้องดูเนื้อดิน ก่อนว่า ดินแปลงนี้เราจะปลูกพืชลงไปนั้นเป็นดินชนิดไหน ดี หรือด้อยประการใด เช่นเดียวกับนักเรียน เวลาที่ครูสอนเด็กค่อนข้างอ่อน ก็ใช้วิธีหนึ่ง และถ้าสอนนักเรียนที่เก่งแล้ว ก็จะใช้อีกวิธีหนึ่ง มิเช่นนั้นแล้ว การเรียนการสอนจะน่าเบื่อมากๆ  ถ้าครูผู้สอนไม่ปรับวิธีการสอน ปัจจัยที่สองก็คือ ครูผู้สอนต้องมีความรู้ในวิชาที่ตัวเองสอนอย่างแม่นยำและถูกต้อง มิฉะนั้นจะทำให้นักเรียนหมดศรัทธาในตัวครูผู้สอนได้ 

 ดังนั้น ครูจึงเตรียมการสอนอย่างเต็มที่ก่อนเข้าสอนและดูข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ ทุกเช้า เพื่อสามารถโยงเรื่องต่างๆ เข้าสู่บทเรียน เพื่อทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ และนักเรียนจะได้คำศัพท์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย ปัจจัยต่อมาก็คือ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามได้เต็มที่ ถ้าเจอคำถามที่ตอบไม่ได้ ครูก็จะบอกกับนักเรียนตรงๆ ว่าครูไม่ทราบ หรือไม่แน่ใจ แต่ครูจะไปค้นหาคำตอบมาให้ทีหลัง โดยไม่ต้องกลัวเสียหน้า เพราะถ้าครูคนไหนตอบผิดๆ ไปจะเกิดผลเสียมากกว่า ผลดีค่ะ สำหรับตัวครูเอง จะบอกกับนักเรียนเสมอ ครูไม่ใช่เจ้าของภาษา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะต้องรู้ทุกเรื่อง การอ่านหนังสือภาษาอังกฤษมากๆ จะช่วยได้มากเลยค่ะ ในการหาความรู้แล้วนำมาถ่ายทอดอีกทีหนึ่ง และประการสุดท้ายที่ครูคิดว่าสำคัญมากในการสอนภาษาอังกฤษให้ได้ดีก็คือ พยายามทำให้นักเรียนสนุกในการเรียนและทำให้นักเรียนเห็นว่าเมื่อเรียนไปแล้ว เขาสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ซึ่งบางครั้งครูก็อาจจะต้องทำตัวเป็น Entertainer เพื่อให้นักเรียนมีความสุขในการเรียนค่ะ

 ) การสอนที่โดดเด่นมากของอาจารย์คือ การให้ Input อาจารย์ให้ศัพท์เยอะมากและสอนทั้งความหมาย ไวยากรณ์และการใช้ ในความเห็นของอาจารย์ ศัพท์มีความสำคัญในการเรียนอย่างไรคะ และ อาจารย์แนะนำว่าควรสอนศัพท์อย่างไร

ในเรื่องการสอนคำศัพท์ และไวยากรณ์ให้กับนักเรียนนั้น ครูคิดว่า นักเรียนส่วนใหญ่มักจะเรียนไวยากรณ์ โดยการท่องจำ โดยไม่เข้าใจว่า ทำไมจะต้องใช้รูปประโยคแบบนั้น  ซึ่งพอถึงเวลาจะต้องนำไปใช้จริงๆ ก็ไม่สามารถเขียนประโยคที่ถูกต้องได้ ดังนั้น ทุกครั้งที่ครูสอนไวยากรณ์ให้นักเรียนแล้ว ครูจะทำ Quiz สั้นๆ เพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียนเสมอ ถ้าพบว่า นักเรียนคนไหนยังไม่เข้าใจก็จะเรียกมาอธิบายซ้ำอีกครั้ง หรือจนกว่าจะเข้าใจ สำหรับครูเอง คิดว่า ตัวเราเรียนอะไรด้วยความเข้าใจแล้ว เราจะจำได้จนวันตาย แต่การท่องจำ เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เราก็จะลืมได้ นอกจากนี้เวลาสอนไวยากรณ์ ครูก็จะพยายามยกตัวอย่างจากเรื่องที่ใกล้ตัว หรือเรื่องนักเรียนสนใจ เพื่อทำให้ตัวอย่างนั้นๆ อยู่ในความทรงจำของนักเรียน สำหรับการสอนคำศัพท์นั้น ก็สำคัญ พอๆ กับการสอนไวยากรณ์ โดยเฉพาะ นักเรียนไทยจะมีปัญหาเรื่องคำศัพท์มากๆ เวลาอ่านภาษาอังกฤษ ก่อนอื่น ครูจะพยายามแตกศัพท์ให้นักเรียนมากๆ เพื่อจะได้รู้จักหน้าที่ของคำ และรู้จัก root word แล้วสามารถแตกศัพท์ โดยการเติม prefix หรือ suffix ก็จะทำให้นักเรียนได้รู้จักศัพท์มากขึ้น ต่อมาก็คือ พยายามให้นักเรียนรู้จักเดาความหมายของคำศัพท์จาก Context ดังนั้น เวลาครูสอนก็จะสอนจาก Context ไม่ใช่สอนเป็นคำๆ โดดๆ เพราะนักเรียนจะจำไม่ได้ และถ้าสามารถเล่าที่มาที่ไปของคำศัพท์นั้นๆ ได้จะยิ่งทำให้นักเรียนสามารถจำคำศัพท์นั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น  ปัญหาอีกอย่างหนึ่งในการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนก็คือ การแปลคำศัพท์ให้กับนักเรียน เพราะบางครั้งภาษาไทยมีคำเดียว แต่ภาษาอังกฤษมีถึง 3-4 คำ ถ้าครูผู้สอนไม่แจกแจงอย่างถูกต้อง เวลาที่นักเรียนนำไปใช้ก็จะใช้อย่างผิดๆ เช่น คำว่า “โอกาส” ภาษาอังกฤษจะมีคำว่า Chance, Opportunity, Occasion ดังนั้น ครูผู้สอนต้องเข้าใจการใช้คำศัพท์เหล่านี้ในภาษาอังกฤษได้อย่างดีก่อน แล้วจึงจะสามารถอธิบายและยกตัวอย่างประกอบให้กับนักเรียนได้ เพราะจากประสบการณ์ในการสอนมากกว่า 26 ปี ครูพบว่า เวลาให้นักเรียนแต่งเรียงความเป็นภาษาอังกฤษ นักเรียนไทยจะมีปัญหาในการเลือกหาคำศัพท์ที่ถูกต้องมาใช้ในประโยคเสมอ นอกจากนี้ เนื่องจากทุกวันนี้ เราอยู่ในโลกที่ไร้พรมแดน ทำให้คำศัพท์ใหม่ๆ เกิดขึ้นแทบทุกวัน ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนภาษาอังกฤษจะต้องใฝ่รู้ มิเช่นนั้น ก็จะตามนักเรียนไม่ทัน โดยเฉพาะ technical terms ต่างๆ สำหรับการสอนคำศัพท์ให้กับนักเรียนนั้น ถ้าจะให้ดี ครูผู้สอนควรจะให้ความหมายเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ ให้กับนักเรียนด้วย อย่าแปลเป็นภาษาไทยอย่างเดียว และถ้าจะทดสอบว่า นักเรียนเข้าใจหรือไม่ ก็ให้นักเรียนเลือกคำศัพท์ที่สอนไปแล้ว ไปแต่งประโยคด้วยตนเอง ก็จะทำให้เรารู้ว่า นักเรียนรู้จักหน้าที่ของคำ และความหมายของศัพท์หรือไม่ มีนักเรียนจำนวนมากที่ชอบนำคำคุณศัพท์ไปใช้เป็นคำกริยา เพราะเวลาแปลคำศัพท์จากภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นคำคุณศัพท์ แต่ตรงกับคำกริยาในภาษาไทย เช่น คำว่า “โกรธ” เวลานักเรียนเขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือพูด ก็มักจะบอกว่า “I angry.” ซึ่งผิด ดังนั้นเราต้องอธิบายว่า angry เป็น adj. ไม่ใช่ “verb”  จะต้องใช้ตามหลัง v. to be หรือ  Linking Verbs เป็นต้น ครูคิดว่า ถ้านักเรียนแยกแยะหน้าที่ของคำได้ และสามารถเข้าใจความหมายของศัพท์ใน context ที่แตกต่างกันได้ ก็จะทำให้นักเรียนเรียนคำศัพท์ได้อย่างดี และใช้ได้อย่างถูกต้อง

 ) อาจารย์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการสอนและสนทนานอกห้องเรียน ซึ่งมีส่วนทำให้นักเรียนได้รับ input มากและมีแรงจูงใจในการเรียน อาจารย์มีหลักในเรื่องสื่อในการสอนอย่างไรคะ

เรื่องการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการสอนและการสนทนานอกห้องเรียนนั้น ครูคิดจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการเรียนการสอนในปัจจุบัน เพราะโรงเรียนไทยในปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถที่จะจ้างอาจารย์ชาวต่างชาติหรือ native speakers มาช่วยสอนได้ทุกโรงเรียน ดังนั้น โอกาสที่นักเรียนจะได้ฝึกพูดหรือฟังภาษาอังกฤษจึงมีน้อยมาก ดังนั้น ถ้าครูผู้สอนคนไหนสามารถใช้สามารถอังกฤษเป็นสื่อในการสอนได้ ก็จะทำให้นักเรียนเพิ่มความสนใจในการเรียนมากกว่าเดิมและเพิ่มสมาธิในการตั้งใจฟังมากขึ้น มิเช่นนั้น ก็จะจับใจความสำคัญไม่ได้  สำหรับตัวครูเอง เวลาอธิบายศัพท์ หรือสำนวนต่างๆ ก็จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจ หน้าที่และความหมายของคำศัพท์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ถ้าจะต้องอธิบายไวยากรณ์ที่ซับซ้อน ก็จะใช้ภาษาไทยด้วย เพื่อไม่ให้นักเรียนบางคน เกิดความสับสน อย่างไรก็ดีอยากจะเน้นว่า การที่อาจารย์ท่านใดจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการสอน ก็อยากให้ใช้วิจารณญาณสักเล็กน้อยว่า นักเรียนในห้องที่ท่านสอนพร้อมที่รับหรือไม่ หรือมีความพร้อมมากน้อยเพียงไร และที่สำคัญที่สุดตัวครูผู้สอนต้องแน่ใจว่า ตัวท่านเองเป็นต้นแบบ หรือ “mold” ที่ดีหรือไม่ เพราะการฝืนตัวเองมากๆ จะกลายเป็นดาบสองคม เช่น ถ้าครูผู้สอนออกเสียงผิดๆ หรือใช้ประโยคผิดๆ นักเรียนก็จะจำผิดๆไปด้วย เพราะมักจะมีนักเรียนมาบ่นกับครูเสมอว่า อาจารย์บางท่านพยายามจะใช้ภาษาอังกฤษในการอธิบาย หรือสอนในห้องเรียน แต่กลับทำให้นักเรียนฟังไม่เข้าใจมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี สำหรับการที่ครูพยายามใช้ภาษาอังกฤษสนทนากับนักเรียนนอกห้องเรียนนั้น ครูต้องการที่จะส่งเสริมให้นักเรียนพูด และฟังภาษาอังกฤษทุกๆ วัน เพราะการเรียนภาษาทุกภาษาเป็นเรื่องของทักษะ หรือ skill ซึ่งจะเกิดได้ก็ต้องใช้การฝึกฝน ครูเชื่อในสุภาษิตที่ว่า “Practice makes perfect” ดังนั้น ถ้านักเรียนมีโอกาสได้พูดหรือฟังบ่อยๆ เขาก็จะสามารถพูดโต้ตอบได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องแปลก่อนแล้วจึงพูดออกมา

 ) จะแนะนำเรื่องภาษาที่ใช้ในการสอนอย่างไร

เรื่องการใช้ภาษาในการสอนภาษาอังกฤษนั้น ครูขอตอบจากประสบการณ์ส่วนตัว ว่า ครูผู้สอนต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ อย่างไม่ใช่ว่า เมื่อมีใครมาบอกว่า ต้องใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด ห้ามพูดภาษาไทยกับเด็ก ก็พยายามที่จะทำทั้งที่ตัวครูผู้สอนยังขาด Fluency ทางด้านนี้อยู่ ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี หรือ อาจารย์บางท่าน ทั้งๆ ที่สอนภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่พยายามจะพูดกับนักเรียนด้วยภาษาอังกฤษเลย ใช้แต่ภาษาไทยอย่างเดียวในการแปลหรือตั้งคำถาม ซึ่งบางครั้งการแปลไทยเป็นอังกฤษ หรือแปลอังกฤษเป็นไทย แบบ word by word ก็ไม่สามารถจะสื่อให้นักเรียนเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ดังนั้น ครูจึงเห็นว่า เนื่องจากนักเรียนไทย ยังเรียนอยู่ในห้องเรียนที่มีแต่นักเรียนไทย ไม่ได้เรียนอยู่ใน environment ที่มีนักเรียนที่เป็นชาวต่างชาติ หรือจำเป็นต้องสื่อกันด้วยภาษาอังกฤษ อันเป็นภาษากลาง การที่จะใช้ภาษาอังกฤษล้วนๆ ในการสอนก็คงไม่ได้ผล ดังนั้น integration ระหว่างภาษาไทย และภาษาอังกฤษ จึงยังต้องใช้ต่อไป แต่สัดส่วนว่าจะใช้ภาษาไหนมากกว่ากัน ก็ขึ้นอยู่กับความรู้พื้นฐานของนักเรียนในแต่ละห้องเรียน แต่ครูคิดว่า การสอนคำศัพท์ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อจะได้ผลมากที่สุด แต่ถ้าไวยากรณ์ ก็ควรใช้ภาษาไทยด้วย เพื่อความชัดเจนค่ะ

 ) เพราะการสอนที่ดีเยี่ยมของอาจารย์ทำให้นักเรียนมีแรงจูงใจในการเรียนและรักภาษาอังกฤษไปโดยปริยาย อาจารย์คิดว่าแรงจูงใจสำคัญอย่างไรต่อการเรียนภาษา

การสร้างแรงจูงใจเป็นเรื่องสำคัญมากในการเรียนทุกๆ วิชาไม่ใช่เฉพาะวิชาภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว ก่อนอื่นครูผู้สอนต้องชี้ให้นักเรียนเห็นประโยชน์ในการเรียนภาษาอังกฤษเสียก่อน เรื่องคะแนนเป็นเรื่องรองลงมา ครูมักจะบอกนักเรียนเสมอว่า การรู้ภาษาอังกฤษเป็นเหมือนใบเบิกทาง สามารถนำนักเรียนไปสู่ที่ต่างๆ ได้ อย่างมากมาย เช่น การใช้ Computer ก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษ หรือในการเรียนต่อขั้นสูงๆ textbooks โดยทั่วๆ ไปก็จะเป็นภาษาอังกฤษแทบทั้งนั้น หรือการสมัครงานในอนาคต คนที่มีความรู้ภาษาอังกฤษก็มักจะได้เปรียบ ดังนั้น เมื่อนักเรียนเห็นประโยชน์แล้ว ก็จะมีแรงจูงใจในการเรียนมากขึ้น และ เมื่อได้ครูผู้สอนที่สามารถก็จะช่วยให้นักเรียนมีความเพียรพยายามในการเรียนมากยิ่งขึ้น

 ) ด้วยความรู้ความสามารถระดับนี้ อาจารย์อาจจะเลือกอาชีพอื่นซึ่งมีรายได้มากกว่า เหตุใดจึงเลือกรับราชการครู

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ครูเลือกอาชีพนี้นั้น จริง ๆ คงจะบอกว่าไม่ได้เลือก แต่มันเป็น destiny มากกว่า เพราะตอนที่ไปสอบรับราชการก็เพราะไม่อยากไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นในการหางานทำ และเผอิญสอบได้ทั้งๆที่ไม่มีความรู้ด้านวิชาครูเลย แม้แต่น้อย แต่เมื่อเริ่มสอนแล้ว ก็เกิดความผูกพันกับนักเรียน และทำให้รู้สึกสนุก และรักการสอน และเกิดความภูมิใจ เมื่อเห็นความสำเร็จของนักเรียน จึงทำงานนี้มาจนครบ 25 ปี ก่อนจะลาออก

) ขณะนี้อาจารย์ได้ลาออกจากราชการแล้ว อาจารย์มีโครงการหลังเกษียนอย่างไรคะ

สำหรับโครงการหลังจากลาออก คงจะต้องบอกว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คิดจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะตอนที่ลาออกใหม่ๆ สุขภาพครูไม่ดีมากๆ ก็เลยอยากพักผ่อนให้หายเครียด และให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามครูก็ยังสอนหนังสืออยู่บ้าง เพื่อแก้เหงา และอยากจะสอนเฉพาะเด็กที่ต้องการความรู้จริงๆ มิใช่มาเรียน เพื่อต้องการได้เกรดดีๆ อย่างเดียว

) สุดท้ายนี้จะฝากข้อคิดอะไรกับวงการการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย

สำหรับข้อคิดที่อยากฝากไว้กับวงการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยนั้น อันที่จริงก็มีอยู่หลายประการ แต่ครูก็คงอยากจะแนะนำเพียงบางเรื่อง เช่น อยากให้ครูผู้สอนประเมินผลนักเรียนทุกครั้งที่สอน เรื่องสำคัญๆ เพราะถ้านักเรียนทำแบบฝึกหัดอย่างเดียว ส่วนใหญ่ก็ลอกกันมาส่ง ทำให้ไม่สามารถ จะวัดได้จริงๆ ว่านักเรียนเข้าใจบทเรียนจริงๆ หรือไม่ และอีกประการหนึ่งก็คือ เวลาตรวจงานนักเรียนแล้ว  ควรจะให้นักเรียนมาถามด้วยตัวเองว่า ที่ครูวงไว้ด้วยสีแดง นั้นผิดเพราะอะไร จะทำให้นักเรียน รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง และจะไม่ได้ทำผิดซ้ำอีก และควรจะให้นักเรียนที่ทำแบบฝึกหัดผิดแก้งานทุกครั้งจะช่วยให้เขาจำได้ดีขึ้น แต่ครูผู้สอนอาจจะเหนื่อยมากขึ้นกับการทำเช่นนี้ แต่จากประสบการณ์ที่ครูเองใช้กับนักเรียน ทำให้นักเรียนเรียนได้ดีขึ้นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ครูผู้สอนต้องสนในเรื่องต่างๆ ที่วัยรุ่นสนใจ เช่น เรื่องฟุตบอล เรื่องเกี่ยวกับดารา นักร้องที่วัยรุ่นสนใจ  เมื่อครูสามารถคุยกับนักเรียนในเรื่องเหล่านี้ได้ ก็จะทำการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในชั้นเรียนน่าสนใจขึ้นค่ะ

 

                                วันนี้ผู้เขียนซึ่งเป็นครูสอนภาษาอังกฤษได้รับประโยชน์จากการพูดคุยกับอาจารย์เป็นอย่างมาก ศิษย์ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์และขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงเพื่อทำประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป ศิษย์เก่าที่ระลึกถึงอาจารย์สามารถติดต่อผ่าน aj_Sarin@moobankru.com ได้ค่ะ

 


มกราคม 2548

 

 


 

<Top>   

 

 

Home page

แผนกิจกรรมในห้องเรียน

Webboard

ห้องสนทนา

บทความ

Website ที่น่าสนใจ

About us