| |
(1) นักเรียนจะมีการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
|
| |
(2)
วงวิชาการการศึกษาจะมีข้อความรู้และ/หรือนวตกรรมทาง
การจัดการเรียนการสอนที่ |
เป็นจริงเกิดมากขึ้นอันจะเป็นประโยชน์ต่อครูและเพื่อนครูในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเป็น
อย่างมาก และ
|
| |
(3)
วิถีชีวิตของครู หรือวัฒนธรรมในการทำงานของครู
จะพัฒนาไปสู่ความเป็นครูมืออาชีพ
|
(Professional
Teacher)มากยิ่งขึ้นทั้งนี้เพราะครูนักวิจัยจะมีคุณสมบัติของการเป็นผู้แสวงหา
ความรู้หรือผู้เรียน (Learner) ในศาสตร์แห่งการสอนอย่างต่อเนื่องและมีชีวิตชีวา
จนในที่สุดก็จะ
เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจที่กว้างขวาง และลึกซึ้งในศาสตร์และศิลป์แห่งการสอนเป็นครูที่มี
วิทยายุทธแกร่งกล้าในการสอนสามารถที่จะสอนนักเรียนให้พัฒนาก้าวหน้าในด้านต่างๆ
ในหลาย
บริบทหรือที่เรียกว่าเป็นครูผู้รอบรู้
หรือครูปรมาจารย์ (Master Teacher)ซึ่งถ้ามีปริมาณครูนักวิจัย
ดังกล่าวมากขึ้นจะช่วยให้การพัฒนาวิชาชีพครูเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมั่นคง
|
| |
ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าการวิจัยในชั้นเรียนจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาวิถีชีวิต |
| ของครู
เพื่อให้ครูพัฒนาไปสู่ความเป็นครูมืออาชีพในสังคมวิชาการของวิชาชีพครู |
|
<UP>
|
รูปแบบของการวิจัยในชั้นเรียน
|
| |
การวิจัยในชั้นเรียนนั้นมีลักษณะเฉพาะที่เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนางานการจัดการเรียนการสอน |
รูปแบบของการวิจัยในชั้นเรียนนั้นเป็นโปรแกรมการวิจัย
(Research Program) แบบการวิจัยและ
การพัฒนา (Research and Development)
โดยเน้นสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการเข้าใจ
สภาพปัญหาและวิธีการแก้ไข ตลอดจนนวตกรรมในการพัฒนางานตามสภาพที่เป็นจริงในกระบวนการ
ของการพัฒนางานนั้นมีขั้นตอนใหญ่ๆ
4 ขั้นตอนกล่าวคือ
|
| |
(1)
การกำหนดเป้าหมายของการพัฒนาที่ต้องการหรือกำหนดสภาวะที่เรียกว่าพัฒนาแล้วให้ |
ชัดเจน
|
| |
(2)
การประเมินสภาวะเริ่มต้น เพื่อดูสภาพหรือสภาวะในปัจจุบันนี้ว่ามีลักษณะอย่างไรและ |
แตกต่างจากสภาวะเป้าหมายที่ต้องการในลักษณะใด
|
| |
(3)
การวางกระบวนการและการดำเนินการพัฒนา
และปรับปรุงแก้ไขไปเรื่อยๆ โดยมี |
ขั้นตอนย่อย
คือ
|
| |
(3.1)
การพิจารณาทางเลือกต่างๆ ในการเปลี่ยนแปลงจากสภาวะเริ่มต้นไปสู่สภาวะ |
| |
เป้าหมาย |
| |
(3.2)
การประเมินทางเลือกต่างๆ เพื่อตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด |
| |
ในการพัฒนา |
| |
(3.3)
การดำเนินการพัฒนาตามแผนของทางเลือกที่เลือกไว้ |
| |
(3.4)
การติดตามกำกับและประเมินการดำเนินงานเพื่อให้รู้ว่า
การพัฒนากำลังเป็นไป
ในทิศทาง และลักษณะที่ต้องการใช่หรือไม่
และเพื่อให้รู้ว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอะไรอีกเพื่อให้
ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ผลจากขั้นนี้จะทำให้ได้แผนดำเนินการใน
ระยะต่อไป อันเป็นแผนที่ปรับปรุงพัฒนาจากขั้น
(3.3) |
| |
(3.5)
การดำเนินการพัฒนาตามแผนฉบับที่ปรับปรุง |
| |
(3.6)
ติดตามกำกับและประเมินการทำงานตามแผนฉบับปรับปรุง
|
| |
(4)
การประเมินผลรวมสรุปว่า ได้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนามากน้อยเพียงใด
<UP>
|
| |
เมื่อนำกระบวนการพัฒนาดังกล่าวมาพิจารณาร่วมกับโปรแกรมการวิจัยในชั้นเรียนแล้วรูปแบบ
|
ของการวิจัยในชั้นเรียน
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน
เพื่อ
พัฒนาผู้เรียนในด้านใดด้านหนึ่ง ภายใต้บริบทหนึ่งน่าจะเป็นโปรแกรมการวิจัยที่มีระยะของการทำวิจัย
อย่างน้อย 3 ระยะ ดังนี้คือ
|
| |
-
ระยะแรก
เป็นการวิจัยเพื่อวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน
ปัญหาของการเรียนและการจัดการเรียน |
การสอนการวิจัยในระยะนี้
ครูควรมองภาพเป้าหมายของการพัฒนาซึ่งอาจมีลักษณะเป็นขั้นหรือเส้น
พัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่างๆ ให้ชัดเจน
ความรู้ส่วนนี้จะมาจากการศึกษาเอกสารหลักสูตร
คู่มือ
การสอน แบบเรียนต่างๆ เป้าหมายของการพัฒนา
และเส้นพัฒนาการนี้จะเป็นกรอบทฤษฎีที่สำคัญ
ที่จะใช้เป็นเกณฑ์หรือเป็นกรอบในการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน
ปัญหาอันเป็นสภาวะเริ่มต้นก่อนการ
พัฒนา (baseline) การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหานี้
อาจใช้การวิจัยเข้าสำรวจ โดยใช้ข้อมูล
ทุติยภูมิในระบบข้อมูลของห้องเรียนและในโรงเรียนที่มีอยู่แล้ว
เช่นคะแนนผลการเรียน และข้อมูล
ต่างๆ จากสมุดพก ข้อมูลจากหน่วยแนะแนวและฝ่ายกิจการนักเรียนของโรงเรียน
หรือข้อมูลภูมิหลัง
ของนักเรียนที่โรงเรียนได้บันทึกไว้แล้วเป็นต้น
นอกจากนี้ นักวิจัยยังอาจทำการศึกษากรณี
(Case
Study) นักเรียนกลุ่มต่างๆ ที่น่าสนใจเพื่อให้ได้ภาพที่ถูกต้องครบถ้วนของสภาวะเริ่มต้นของปัญหา
ในการเรียนและการจัดการเรียนการสอน
รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่ทางเลือกต่างๆ
ในการแก้ไขปัญหา
|
| |
-
ระยะที่สอง
เป็นการวิจัยเพื่อทดลองวิธีการพัฒนา
หรือนวตกรรมทางการเรียนการสอนจาก |
|
ผลการวิจัยในระยะที่
1 นักวิจัยจะสามารถระบุปัญหาจริงที่สมควรได้รับการแก้ไขและพัฒนา
ทางเลือก
ในการแก้ไขและพัฒนานี้อาจจะเป็นวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่หรือการใช้นวตกรรมเข้ามา
ช่วยในการจัดกิจกรรม ในระยะที่สองนี้
นักวิจัยจะสร้างวิธีการ และเครื่องมือ
หรือนวตกรรมที่จะใช้ใน
การพัฒนาแล้วทำการศึกษาคุณภาพของวิธีการหรือ
นวตกรรม ดังกล่าวใน 2 ลักษณะ คือลักษณะแรก
เป็นการศึกษาคุณภาพ โดยการพัฒนาความเหมาะสมตามเหตุผล
ซึ่งอาจขอความร่วมมือจากเพื่อน
ครูศึกษานิเทศ และผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นช่วยพิจารณาความเหมาะสมลักษณะที่สองเป็นการทดลอง
ใช้สอนนักเรียนรูปแบบของการทดลองในระยะนี้ อาจเป็นแบบการทดลองกลุ่มเดียวโดยมีการสังเกต
พฤติกรรมเริ่มต้นของนักเรียนในช่วงเวลาหนึ่งแล้วทดลองใช้นวตกรรมหรือวิธีการสอนที่สร้างขึ้นมา
ใหม่ แล้วสังเกตพฤติกรรมสิ้นสุดอีกระยะหนึ่ง
ต่อจากนั้นนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตพฤติกรรมเริ่มต้น
มาเปรียบเทียบกับพฤติกรรมสิ้นสุด
เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียนว่า
เป็นไป
ตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ แบบการทดลองในช่วงนี้มักเป็นแบบอนุกรมเวลา
(Time Series Design)
ดังมีตัวอย่างแบบการจัดเก็บข้อมูลดังนี้
--------------------------------
O1 O2
O3 X O4
O5 O6
--------------------------------
|
| |
ผลจากการทดลองในระยะแรกนี้จะทำให้ครูนักวิจัยทราบว่าวิธีการหรือนวตกรรมที่สร้างขึ้นมา |
นี้ใช้ได้ดีหรือไม่เพียงไรและจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร
หลังจากนั้นก็จะทำการปรับปรุงแก้ไข
และทดลองใหม่จนผลการทดลองบ่งชี้ว่าสามารถพัฒนานักเรียนได้ตามที่คาดหวัง
|
| |
-ระยะที่สาม
เป็นระยะที่ครูนักวิจัยต้องการพิสูจน์ความจริงที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับผลหรือ |
วิธีการหรือนวตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาต่อการเรียนของนักเรียน
ในขั้นนี้ครูจะทำการวิจัยเชิงทดลอง
โดย
จะมีกลุ่มควบคุมและมีการควบคุมตัวแปรแทรกซ้อนต่างๆ
ให้มากขึ้นเพื่อให้ผลการพิสูจน์มีความตรง
ความตรงภายนอกมากยิ่งขึ้นถ้าต้องการให้ความรู้ที่ได้มีความเป็นสากลภายในและมากยิ่งขึ้นควรทำ
การทดลองในหลายบริบท
|
| |
จากโปรแกรมการวิจัยที่มี
3 ระยะดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อให้เกิดความรู้ |
|
ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการพัฒนาที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า
ได้ผลนั้นควรต้องใช้เวลาอย่างน้อยสัก
3 ปี โดย
ใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในแต่ละระยะดังนี้แล้ว
ผลการทำวิจัยในชั้นเรียนจะทำให้เกิดการพัฒนา
ผู้เรียน
ผู้สอน และองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนตามที่คาดหวังที่สำคัญที่สุดคือตัวครูเองจะมี
การทำงานในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
การวางแผนที่ดี
ของครูจะทำให้ได้เห็นภาพของงานตลอดแนว
ครูสามารถวางแผนงานได้ตรงตามหลักสูตร
และสภาพ
ปัจจุบันปัญหาและเป็นแผนที่มีคุณค่าและมีความหมายสำหรับครู
การเตรียมเครื่องมือต่างๆ ในการ
ทำงานจะเป็นไปอย่างมีความหมายการปฏิบัติการสอนของครูจะเป็นไปอย่างมีหลัก
มีเป้าหมายและ
มีชีวิตชีวา ในอีกมุมมองหนึ่งของวิถีชีวิตของการวิจัยในชั้นเรียนนี้ครูจึงเป็นนักเรียนในศาสตร์ของ
การสอนอยู่ตลอดเวลาและอย่างต่อเนื่อง
ส่วนสภาพชีวิตจริงของนักเรียนในชั้นเรียนและนอกชั้นจะ
กลายเป็นครูให้ครูได้ศึกษาและฝึกฝนวิทยายุทธอย่างสร้างสรรค์ในศาสตร์แห่งการสอน
|
| |
ครูนักวิจัยจะพัฒนาไปสู่ความเป็นครูมืออาชีพที่มีวิจารณญาณและเป็นอิสระเพราะสามารถ |
|
ควบคุมกำกับการปฏิบัติงานของตัวเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสร้างสรรค์
ครูจะมองเห็น
เป้าหมายของการทำงาน มองเห็นภาพของงานตลอดแนวแล้วมองมือพัฒนา และปรับปรุงพัฒนา
การปฎิบัติงานไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุดด้วยความสุขในการทำงาน
เพราะได้ประจักษ์ในผลของการ
ทำงานที่เกิดขึ้นกับนักเรียน และผลที่เกิดขึ้นในการ
พัฒนาความเป็นนักวิชาชีพของตนเอง
|
|
สุวัฒนา
สุวรรณเขตนิคม.(2538). แนวคิดและรูปแบบเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน
(หน้า 6-11)
ในลัดดา ภู่เกียรติ. (บรรณาธิการ).
เส้นทางสู่การวิจัยในชั้นเรียน
กรุงเทพมหานคร:
สำนักพิมพ์ บริษัทบพิธการพิมพ์.
|